
บางแก้ว
Bangkaew
ประวัติความเป็นมาของสุนัขบางแก้ว
ข้อมูลจากตำนานบอกเล่าจากคนเก่าแก่บ้านบางแก้ว,บ้านชุม
แสงสงคราม สรุปได้ว่า แหล่งกำเนิดสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วอยู่ที่วัดบางแก้ว ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยหลวงพ่อมากซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดในขณะนั้น ท่านได้เลี้ยงสุนัขไว้มากมายไม่ต่ำกว่า 20 ตัว และแต่ละตัวนั้นสุดแสนที่จะดุ จนเป็นที่ทราบกันดีของชาวบ้านในระแวกนั้นว่า ถ้าใครเข้าไปที่วัดโดยไม่ส่งเสียงเรียกหลวงพ่อ ก็จะต้องถูกไล่กัดกระจุยแน่นอน ด้วยความดุของสุนัขเหล่านี้นี่เอง ทำให้ชาวบ้านนิยมขอลูกสุนัขไปเลี้ยงเฝ้าบ้าน จนแพร่พันธุ์ไปมากมายตามหมู่บ้านต่างๆ ด้วยความที่เป็นสุนัขที่ดุและหวงแหนทรัพย์สิน รักเจ้าของอย่างถวายหัว แถมยังมีขนยาวสวยงาม จึงทำให้เป็นที่นิยมกันในตั้งแต่อดีต แต่ในอดีตนั้นไม่มีการซื้อขาย แต่จะนำสิ่งของไปแลกเปลี่ยน เช่นลูกปืนหรือสิ่งของอื่นๆ ที่ชาวบ้านจำเป็นต้องใช้ไปแลกกับลูกสุนัข หรือถ้าใครมีโอกาสผ่านไปยังบริเวณดังกล่าว ก็จะมีการนำสุนัขบางแก้ว มาเป็นของฝาก ของกำนัลให้กับเจ้านาย ซึ่งในปัจจุบันสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วได้รับการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องทำให้มีรูปร่างที่สวยงาม โครงสร้างใหญ่ ขนยาว กว่าในอดีต จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากและได้แพร่หลายออกไปทั่วประเทศ
มาตรฐานพันธุ์สุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว
(ฉบับปรับปรุง 14 ต.ค. 44)
ลักษณะประจำพันธุ์
1. ลักษณะทั่วไป - เป็นสุนัขขนาดกลาง โครงสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัดส่วนที่กลมกลืน ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วพฤติกรรมทางอารมณ์ - ตื่นตัว ร่าเริง รักเจ้าของ เชื่อมั่นในตนเอง จิตประสาทมั่นคงไม่ขลาดกลัว ซื่อสัตย์ หวงแหนทรัพย์สิน ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ สามารถฝึกใช้งานได้ถิ่นกำเนิด - มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย
2. กรุ๊ป - ( Group) (Spitz and Primitive Types)
3. รูปร่าง - หนา ล่ำสัน เมื่อยืนหยัด ขาเหยียดตรงตั้งฉากกับพื้น คอยกหน้าตั้ง
4. หัว - ค่อนข้างใหญ่ ได้สัดส่วนกับลำตัว ดั้งจมูกมีมุมเล็กน้อย
5. จมูก - มีสีดำ ได้สัดส่วนกับปาก
6. ปาก - ยาวปานกลาง โคนปากใหญ่เรียวจรดปลายจมูก
7. ฟัน - เล็กและแหลมคม ขบกันได้สนิทแบบกรรไกร ฟันบนเกยอยู่ด้านนอกอนุโลมให้ฟันขบเสมอกันพอดี สุนัขโต( 6 เดือนขึ้นไป ) มีฟัน 42 ซี่
8. ตา - เล็กคล้ายเมล็ดอัลมอนด์สีน้ำตาล
9. หู - รูปสามเหลี่ยมได้สัดส่วนกับหัว ตั้งป้องไปข้างหน้า มีขนอ่อนที่กกหูและหลังใบหู
10. คอ - ใหญ่ล่ำสันรับกับหัว ช่วงใหญ่มีขนแผลงรอบคอ
11. หลัง - เส้นหลังตรง
12. อก - กว้างและลึกได้ระดับกับศอก
13. สะโพก - ใหญ่และแข็งแรง ส่วนหลังมีขนยาวลามมาจนถึงข้อขาหลังท่อนบน
14. หาง - โคนหางใหญ่ ขนหางเป็นพวง ปลายโค้งเข้าหาเส้นหลัง 15. ขาหน้า - ใหญ่กว่าขาหลัง เวลายืนเหยียดตรงและขนานกัน ข้อเท้าสั้น ทำมุมเฉียงเล็กน้อย หลังขามีขนยาวลักษณะคล้ายแข้งสิงห์
16. ขาหลัง - เล็กกว่าขาหน้า เวลายืนทำมุมพอเหมาะ มองจากด้านหลังข้อเท้าหลังตั้งได้ฉากและขนานกัน
17. เท้า - อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า
18. ความสูง - เพศผู้ สูง 18 - 22 นิ้ว (46 - 56 ซม.) - เพศเมีย สูง 16 - 20 นิ้ว ( 41 - 51 ซม.)
19. น้ำหนัก - เพศผู้ หนัก 19 - 21 กิโลกรัม - เพศเมีย หนัก 16 - 18 กิโลกรัม
20. ขน - ยาวปานกลางมี 2 ชั้น ชั้นในอ่อนนุ่ม ชั้นนอกเส้นใหญ่เหยียดตรง ยาวคลุมบริเวณแผ่นหลัง
21. สี - ขาว-น้ำตาล , ขาว-ดำ , ขาว-เทา
22. ข้อบกพร่อง- มี 3 ระดับ
22.1 ข้อบกพร่องเล็กน้อย ได้แก่ฟันเหลือง
22.2 ข้อบกพร่องปานกลาง ได้แก่ หางไพล่ ไม่มีแผงขนรอบคอ ไม่มีแข้งสิงห์ หู้ใหญ่ ปากใหญ่ ตาใหญ่ ตามกลม หลังแอ่น หลักโก่ง
22.3 ข้อบกพร่องร้ายแรง ได้แก่ ขนสั้นเกรียน จมูกสีอื่น ตาสีอื่น หูพริ้ว หูไม่ตั้ง ฟันบนยื่นล้ำฟันล่าง (Over Shot) ฟันล่างยื่นล้ำฟันบน (Under Shot) ฟันขาดเกินกว่า 3 ซี่ขึ้นไป ข้อสะโพกห่าง หางขอด หางม้วน หางไม่เป็นพวง หางขาด อัณฑะไม่ครบ ความผิดพลาดทางจิตประสาท
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dogslover.com/
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม คลิก!